
วิธีตั้งค่า Google Business Profile ให้ธุรกิจในกรุงเทพติด Top 3
ลองสังเกตตัวเองดูว่าครั้งล่าสุดที่ค้นหาร้านอาหาร ช่างแอร์ หรือคลินิกใกล้บ้าน คุณพิมพ์ว่าอะไร? ส่วนใหญ่ก็ค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ด “ใกล้ฉัน” หรือตามด้วยชื่อย่านเลย พฤติกรรมของผู้ใช้ลักษณะนี้ในกรุงเทพโตขึ้นทุกปี และธุรกิจที่โผล่ใน 3 อันดับแรกของ Google Maps นั้นได้ลูกค้าไปก่อนเพื่อนแน่นอน
ปัญหาคือหลายเจ้ามี Google Business Profile อยู่แล้ว แต่ตั้งค่าแบบกรอกแล้วปล่อยทิ้ง ซึ่งต่างกับการ ปรับแต่งข้อมูลจริงๆ อยู่มาก บทความนี้จะพาเช็คและแก้ทีละจุดให้ทำตามได้ง่าย ๆ
1. ประเภทธุรกิจ (Category) อย่ามองข้าม
Category คือสิ่งที่บอก Google ว่าคุณคือธุรกิจแบบไหน และมีผลโดยตรงว่าคุณจะโผล่เมื่อคนค้นหาคำไหน ถ้าร้านนวดเลือก Category ว่า “Spa” แทน “Massage Therapist” อาจพลาดลูกค้าที่ค้นหาคำตรง ๆ ไปเลย
เข้าไปที่ Business Profile Manager แล้วดูว่า Primary Category ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าจะค้นหาจริง ๆ ไหม ใส่ Secondary Category เพิ่มได้ถ้าธุรกิจมีหลายบริการ
2. NAP ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ต้องตรงกันทุกที่
NAP ย่อมาจาก Name, Address, Phone และนี่คือสิ่งที่ Google ใช้ยืนยันว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนจริง ถ้าชื่อร้านในโปรไฟล์เขียนว่า “ร้านกาแฟ ริมน้ำ สาทร” แต่ในเว็บเขียน “Rimnam Coffee Sathorn” และใน Facebook เขียนอีกแบบ Google จะสับสน และอันดับจะได้รับผลกระทบ
Google Business อธิบายไว้ว่าความสม่ำเสมอของข้อมูลธุรกิจทุก platform มีผลต่อความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google โดยตรง
3. รูปภาพยิ่งชัดยิ่งดี
โปรไฟล์ที่มีรูปมักได้รับการคลิกดูมากกว่าโปรไฟล์ที่ไม่มีอย่างเห็นได้ชัด สำหรับธุรกิจในกรุงเทพที่คู่แข่งเยอะ รูปภาพคือสิ่งแรกที่ลูกค้าเห็นก่อนตัดสินใจ
ควรมีอย่างน้อย รูปหน้าร้าน (กลางวันและกลางคืน), รูปภายใน, รูปสินค้าหรือบริการ, รูปทีมงาน ถ่ายใหม่ทุก 1-2 เดือน เพราะ Google ให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ที่มีการอัปเดตสม่ำเสมอ
4. คำอธิบายธุรกิจ ใส่ keyword แต่ต้องอ่านรู้เรื่อง
ช่อง Business Description มี 750 ตัวอักษร อย่าเขียนแค่ “เราให้บริการดีที่สุด” และอย่ายัด keyword จนอ่านไม่รู้เรื่อง วิธีที่ได้ผลคือเขียนเหมือนอธิบายให้เพื่อนฟัง แล้วค่อยใส่ keyword ที่ลูกค้าจะค้นหาเข้าไปตามธรรมชาติ
ตัวอย่างถ้าคุณเป็นคลินิกทันตกรรมในอโศก แทนที่จะเขียนว่า “คลินิกทันตกรรม อโศก จัดฟัน ฟอกสีฟัน ถอนฟัน” ให้เขียนว่า “คลินิกทันตกรรมในย่านอโศก ให้บริการจัดฟัน ฟอกสีฟัน และดูแลสุขภาพช่องปากครบวงจร โดยทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี”
5. การตอบรีวิวที่ Google จับตาดู
หลายเจ้ามองข้ามข้อนี้ แต่ Google ใช้ engagement บน profile เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการขึ้นของอันดับ การตอบรีวิวทุกรีวิว ทั้งดีและไม่ดี แสดงให้เห็นว่าธุรกิจยังแอคทีฟและใส่ใจลูกค้า
ตอบรีวิวดีด้วยการขอบคุณและพูดถึงชื่อบริการที่เขาใช้ตามธรรมชาติ ส่วนรีวิวแย่ให้ตอบสั้น ๆ สุภาพ และเสนอทางแก้ไข อย่าเถียงในพื้นที่สาธารณะ

สิ่งที่ Local SEO ทำให้ธุรกิจในกรุงเทพฯ เสียลูกค้า
- ตั้งชื่อธุรกิจยัด keyword
เช่น “ร้านนวด ราคาถูก อโศก สุขุมวิท” แบบนี้ผิดนโยบาย Google และเสี่ยงถูกระงับโปรไฟล์
- ไม่อัปเดตเวลาทำการตอนวันหยุด
ลูกค้าเดินทางมาแล้วร้านปิด รีวิวแย่ตามมาทันที ช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่อย่าลืมเข้าไปตั้ง Special Hours
- ไม่ตอบรีวิวเลย
โปรไฟล์ที่เงียบสนิทดูน่าเชื่อถือน้อยกว่าคู่แข่งที่ engage กับลูกค้าสม่ำเสมอมาก
เริ่มได้เลยกับ SEO Thailand
5 ข้อนี้ทำได้เองทั้งหมดโดยไม่ต้องจ้างใคร ใช้เวลาไม่เกินครึ่งวัน แต่ผลที่ได้นั้นเห็นได้ชัดใน 4-8 สัปดาห์ ถ้าอยากรู้ว่าโปรไฟล์ตอนนี้มีจุดไหนที่ยังขาดอยู่อีก ทีมเราพร้อม audit Google Business Profile ติดต่อทีม SEO Thailand ได้เลย
หรือถ้าอยากเข้าใจภาพรวมของ Local SEO ในไทยก่อนตัดสินใจ อ่านบทความ Local SEO ของเราได้ที่นี่