
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานของอัลกอริทึมในแพลตฟอร์มออนไลน์
หนึ่งในข้อสงสัยที่คนทั่วไป Influencer พ่อค้า และแม่ค้าออนไลน์ต่างตั้งคำถามสำหรับการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Instagram Facebook TikTok ฯ คือ อัลกอริทึมคือเบื้องหลังในการกำหนดเวลาที่ใช่ในการเจอคอนเทนต์ Reels หรือวิดีโอคอนเทนต์ใช่หรือไม่ ?
คำถามดังกล่าว แม้เป็นเรื่องทั่วไป แต่ในปัจจุบันที่การตลาดออนไลน์และสามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทำให้การเจาะลึกเบื้องหลังอัลกอริทึม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มออนไลน์ แล้วหาคำตอบที่แท้จริง จึงมีความสำคัญ
ในความเป็นจริง ขณะที่ผู้คนใช้งานโวเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน แต่อัลกอรึทึมของแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ได้วิเคราะห์การใช้งานอยู่ตลอดเวลา ทั้งความชอบ ความสนใจ ไปจนถึงรูปแบบคอนเทนต์ที่คุณดู เพื่อใช้ประเมินว่า คลิปหรือวิดีโอคอนเทนต์แบบไหนที่จะทำให้คนอยู่ในช่องทางโซเชียลมีเดียได้นานที่สุด แม้จะต้องเผชิญความท้าทายด้านลักษณะนิสัยปัจเจกบุคคล แต่ด้วยแก่นดังกล่าว ทำให้ทุกแพลตฟอร์มสามารถวิเคราะห์รูปแบบ เพื่อตอบคำถาม แล้วนำไปใช้ต่อยอดในการตลอดออนไลน์ได้
ข้อมูลของ Metricool กล่าวว่าการทำงานของอัลกอริทึมภายใน Instagram Facebook Tiktok หรือ Youtube คือการสังเกตว่า Reels หรือวิดีโอคอนเทนต์นั้นดึงดูดให้คนดูรับชมคอนเทนต์จนจบ จริงหรือไม่ โดยเริ่มจากการทดสอบผ่านกลุ่มผู้คนขนาดเล็ก ซึ่งใช้ปัจจัย ดังนี้
1.ช่วงเวลา
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดทำ Reels ให้อัลกอริทึมผลักดันวิดีโอคอนเทนต์สู่กลุ่มผู้ชมจำนวนมาก คือ ช่วงเวลาการเผยแพร่ที่เหมาะสม ซึ่งในมุมมองผู้ใช้งานหรือผู้บริโภค อัลกอริทึมมีผลต่อการเจอวิดีโอคอนเทนต์หรือ reels ต่าง ๆ จากการจับแพทเทิร์นการใช้งาน เช่น
- คุณมักดู Reels ยาว ๆ ช่วงก่อนนอน
- คุณเปิด TikTok แค่ปัดเร็ว ๆ ตอนพักเที่ยง
- คุณดู YouTube จริงจังเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

2.การเลือกรับชม
เมื่อเวลาในการเผยแพร่นั้นเหมาะสม สิ่งที่อัลกอริทึมจะวิเคราะห์ต่อมาคือการเลือกรับชมวิดีโอคอนเทนต์จนจบของผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ใช่แค่การเลือกดูผ่าน แต่สำรวจ interaction ของกลุ่มทดสอบ ซึ่งมีขนาดเล็ก
หาก Reels สร้างสัญญาณบวกได้จริง อัลกอรึทึมจะนำไปใช้ต่อในเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์ม ด้วยการทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นเห็นวิดีโอคอนเทนต์นั้นมากขึ้น ทำให้เกิด Awareness ในระยะยาว
3.การวัดผล
ในช่วง 30 – 60 นาทีแรก หลังการเผยแพร่คอนเทนต์เป็นช่วงที่อัลกอริทึมวัดผล ซึ่งเป็นชั่วโมงทองในการทดสอบ ทำให้การไม่เปลี่ยนแปลงและโพสต์ซ้ำ ไม่ขัดขวางการวัดผลที่ตัดสินว่าอัลกอริทึมจะลงทุนต่อกับ Reels หรือไม่
วิธีการสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้อัลกอริทึมผลักดัน Reels และวิดีโอคอนเทนต์
จากปัจจัยทั้ง 3 ทำให้เราได้คำตอบสำคัญสำหรับคำถามข้างต้นของบทความ นั่นคือ ใช่ อัลกอริทึมกำหนดเวลาที่ใช่ในการเจอวิดีโอคอนเทนต์ แม้จะเป็นดุเป็นการสุ่มคล้ายกับการดูดวง แต่แท้จริงแล้ว Influencer พ่อค้า และแม่ค้าออนไลน์ สามารถทำให้อัลกอริทึมผลักดัน เพื่อทำการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีการที่ตอบสนองปัจจัยทั้ง 3
1. ทำให้อัลกอริทึมรู้ทันทีว่าคลิปนี้คืออะไร ตั้งแต่ 3 – 5 วินาทีแรก
- Hook ชัด (ปัญหา / สถานการณ์ / คำถาม)
- Visual ตรงธีม (ไม่คลุมเครือ)
- Caption บอกบริบท ไม่ต้องยาว
2. เลือกเวลาเผยแพร่ Reels ที่คนดูไม่รีบ
การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงคลิปจะส่งเสริมให้อัลกอริทึมพาคอนเทนต์เหล่านั้นไปสู่กลุ่มเป้าหมายในเวลาที่ใช่อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ คือ
11:30 – 13:00
18:00 – 20:00
21:00 – 23:00
เพราะผู้คนออนไลนืและเลือกดูวิดีโอคอนเทนต์ที่เห็นจริง ๆ ไม่ใช่แค่เลื่อนผ่าน
3.ลดแรงเสียดทานใน 30 นาทีแรก
ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คนดุกดข้ามหรือเลื่อนผ่าน
- อินโทรยาว
- เนื้อหาวก
- ต้องคิดเยอะตั้งแต่ต้น
4. ทำให้กลุ่มคนที่อัลกอริทึมใช้ทดสอบวิดีโอคอนเทนต์ รับชมจนจบ
- ตัดคลิปให้สั้นกว่าที่คิด
- ใส่จังหวะเปลี่ยนภาพ
- มี payoff ตอนท้าย
เมื่อจัดทำ Reels ด้วยวิธีการเหล่านั้นจะช่วยทำให้อัลกอริทึมกำหนดเวลาที่ใช่ในการเจอวิดีโอคอนเทนต์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตลาดออนไลน์ที่มากกว่า Awareness ด้วยการต่อยอดเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์ม
การต่อยอดลำดับแรก คือ ขยายกลุ่มผู้ชมที่มีจังหวะใกล้เคียงกัน
อัลกอรึมจะนำคอนเทนต์นั้นไปทดลองกับผู้ใช้รายอื่นที่มีพฤติกรรมการใช้งานใกล้เคียงกันในช่วงเวลาเดียวกัน หมายความว่า การขยายผลไม่ได้อาศัยเพียงความสนใจในหัวข้อเดียวกัน แต่รวมถึงสภาพจิตใจและจังหวะการใช้งานที่ใกล้เคียงกันด้วย
จุดนี้อธิบายได้ว่าทำไมคลิปเดียวกัน
อาจไม่ถูกดันในช่วงเช้า แต่กลับเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงค่ำหรือก่อนนอน เพราะอัลกอริทึมไม่ได้มองว่าคนออนไลน์เยอะเมื่อไร แต่มองว่าคนพร้อมดูจริงเมื่อไร
การต่อยอดลำดับที่สอง คือ ปรับตำแหน่งและน้ำหนักของคอนเทนต์
ถ้าอัลกอริทึมมั่นใจว่า หากแสดงคอนเทนต์นี้ในช่วงเวลานี้ ผู้ใช้มีแนวโน้มจะดูจริง ส่งผลให้วิดีโอจะถูกดันไปอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากขึ้น เช่น ลำดับต้นของฟีด หรือพื้นที่แนะนำของแพลตฟอร์ม
การขยับตำแหน่งนี้ไม่ได้เพิ่มเพียงจำนวนการมองเห็น แต่เพิ่มคุณภาพของการรับชม เพราะคอนเทนต์ถูกวางในจังหวะที่สอดคล้องกับสภาพของผู้ใช้ ทำให้การดูไม่ใช่การเลื่อนผ่าน แต่เป็นการรับรู้และจดจำ

การต่อยอดลำดับที่สาม คือ สร้างโปรไฟล์เชิงเวลาของผู้สร้างคอนเทนต์
อัลกอริทึมไม่ได้จดจำแค่ว่า คลิปนี้ทำงานได้ดี แต่จดจำว่า ผู้สร้างรายนี้มักสร้างคอนเทนต์ที่ทำงานได้ดีในช่วงเวลาแบบใด ทำให้คลิปถัดไปจากผู้สร้างรายเดิม ถูกนำไปทดลองง่ายขึ้นและเร็วขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน จนเกิดการเติบโตของช่องทางอย่างต่อเนื่อง แม้ Reels จะไม่ได้ไวรัลทุกคลิปก็ตาม
กำหนดเวลาที่ใช่ในคลิปที่ช่วยผลักดันแพลตฟอร์มด้วยคอนเทนต์ที่ตอบสนองอัลกอริทึม
เมื่อมองลึกลงไปในกลไกการทำงานของอัลกอริทึม จะเห็นได้ชัดว่า “เวลาที่ใช่” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเดา หรือการลงโพสต์ตามกระแส แต่เป็นผลลัพธ์จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram TikTok หรือ YouTube แม้แต่ละแพลตฟอร์มจะมีรายละเอียดเชิงเทคนิคแตกต่างกัน แต่แก่นสำคัญกลับเหมือนกัน นั่นคือ การคัดเลือกและผลักดันวิดีโอคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้คนอยู่ในแพลตฟอร์มได้นานที่สุด
การเข้าใจแนวคิดนี้ ช่วยให้ผู้สร้างคอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรหรือรูปแบบที่ซับซ้อนหลากหลายจนเกินไป แต่สามารถโฟกัสไปที่การทำ Reels หรือวิดีโอคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์หลักของอัลกอริทึม ตั้งแต่การดึงความสนใจในช่วงวินาทีแรก การเลือกช่วงเวลาเผยแพร่ที่ผู้ชมพร้อมดูจริง ไปจนถึงการรักษาการรับชมจนจบอย่างมีคุณภาพ เมื่อคอนเทนต์ทำงานสอดคล้องกับปัจจัยการวัดผลเหล่านี้ อัลกอริทึมจะค่อย ๆ ลงทุนและต่อยอดให้ในเชิงโครงสร้างโดยอัตโนมัติ
ในระยะยาว การตลาดออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องของการลุ้นไวรัลเพียงชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ง่ายขึ้น มีเสถียรภาพมากขึ้น และส่งผลเชิงบวกต่อทั้งการขาย การสร้างตัวตน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Influencer พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ หรือธุรกิจทั่วไป หากเข้าใจและใช้ “เวลาที่ใช่ของอัลกอริทึม” อย่างถูกต้อง วิดีโอคอนเทนต์ก็จะไม่ใช่แค่ถูกเห็น แต่จะถูกดู ถูกจดจำ และต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง